Sunday, September 17, 2006

Why MLM

1. ทำไมผมแสดงความเห็นเรื่องนี้
    ตอบ : - หลายคน ไม่มีประสบการณ์ หรือไม่เคยได้รับคำแนะนำ .. แต่ผมมีประสบการณ์ ที่จะแบ่งปัน - หลายคน เห็นข้อความชวนทำงานที่บ้านก็อารมณ์เสีย ความไม่รู้อาจทำให้อารมณ์เสีย .. จึงอยากให้เข้าใจ - หลายคน กำลังว่างงาน และเชื่อในคำเชิญชวนทุกถ้อยคำ .. ก็ต้องอธิบายกันหน่อย - หลายคน ลาออกจากงานประจำที่มั่นคง เพราะเชื่อถ้อยคำเชิญชวน .. นี่เขาก็เตือนแล้วว่า part time - หลายคน อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม .. จึงอยากให้ข้อมูลในเบื้องต้น - หลายคน ต้องการโอกาส .. แล้วเขาก็ได้โอกาสจริง ๆ

2. MLM คืออะไร
    ตอบ : Multi-Level Marketing หรือ ธุรกิจเครือข่าย (Business network) หรือ Direct marketing พนักงานขายในธุรกิจแบบ MLM จะแบ่งเป็นชั้น เป็นลูกโซ่ ที่เกื้อกูลกัน ซึ่งชั้นหัวหน้าจะได้ % จากการขายของลูกน้อง
    เช่น นาย A เป็นหัวหน้าสาย (Up line) มีลูกน้อง (Down line) ชื่อ B เมื่อ B ขายของได้ ก็จะมี % แบ่งให้นาย A ด้วย
    หาก นาย B หาลูกน้องได้ เช่นนาย C มาเป็นลูกน้องใหม่ เมื่อนาย C ขายได้ ก็จะมี % ให้ทั้ง B และ A เป็นต้น MLM : Multi-Level Marketing
    These are the pyramid schemes your teachers warned you about in school. They promise you'll make money
    with almost no effort. Don't believe them, and don't advertise where they do.

3. มีคนรวยจากการทำงานที่บ้านจริงหรือ
    ตอบ : ขอให้ข้อมูลเป็นข้อ ๆ ดังนี้ 1. ผมตอบได้เลยครับว่า มีคนรวยจริง แต่มีพนักงานขาย 100 คน อาจรวยจริงเพียง 1 คน 2. คนรวยจาก MLM รวยได้ 2 วิธี ถ้าท่านจะรวยท่านต้องเลือก
    2.1 รวยจากการมียอดขายมาก
    2.2 รวยจากการเป็น Up Line ที่มี Down Line มาก วิธีนี้ทำง่าย .. และทำกันมากมาย 3. ผู้ประสบความสำเร็จ อาจมีรายได้หลายล้านต่อเดือน จากการทำงานของลูกน้อง (Down Line) 4. มีธุรกิจแบบ MLM อยู่ 492 บริษัท เมื่อ มีนาคม 48 ข้อมูลจาก thaimlm.com แต่ไม่ใช่ทุกบริษัทที่ประสบความสำเร็จ

4. ต้องลงทุนไหม สักเท่าไร หรือจับเสือมือเปล่าได้เลย
    ตอบ : แต่ละธุรกิจไม่เหมือนกัน แต่การที่ท่านจะขายอะไร ท่านก็ควรมีความรู้ และเคยใช้สินค้า .. จึงเป็นเรื่องปกติที่ท่านต้องซื้อสินค้า เช่น สมุนไพรเพื่อสุขภาพชุดละ 5000 บาท ถ้าท่านไม่จ่าย 5000 บาท แล้วท่านจะบอกลูกค้าได้อย่างไร จึงเป็นเรื่องปกติที่ท่านต้องซื้อสินค้ามาใช้ก่อน และจึงจะนำผลที่ได้ไปบอกต่อ .. แค่โม้ ผมว่าขายของไม่ได้แน่ เช่น
    - พนักงานขายน้ำหนัก 90 กก. แล้วไปขายสมุนไพรลดความอ้วน ถ้าผมอ้วน ผมคงไม่ซื้อ
    - สาวขายเครื่องสำอาง เป็นคนตัวดำ สิวเพียบ แป้งก็ยังไม่ทา ท่านจะซื้อเครื่องสำอาง ที่จะทำให้ท่านสวยขึ้นไหม

5. ส่ง mail หรือ post เว็บบอร์ดมาก ๆ ผิดไหม
    ตอบ : 1. ยังไม่มีใครถูกจับ เป็นกรณีตัวอย่าง .. จึงตอบได้ยากว่าผิดหรือไม่ ในทางกฎหมาย 2. การ post ว่ามีเงินเดือน 5000 - 30000 บาท ผมเชื่อเข้าข่ายหลอกลวง
    แต่ยังไม่มีใครร้อง สคบ. เป็นเรื่องเป็นราว ว่านี่เป็นการหลอกลวง หรือไม่ก็ยังต้องการถนอมน้ำใจคนไทยด้วยกันอยู่
    แม้จะมีข้อความว่า รายได้ขึ้นกับความสามารถ แต่เลข 5000 - 30000 รัดตัวแน่นหนา .. ดิ้นไม่หลุดแน่
    บางครั้งต้องการแจ้ง สคบ. แต่ไม่มีข้อมูลผู้ Post ที่จะนำไปสู่การจับกุมในฐานะหลอกลวงได้ 3. มีพนักงานขายบางคน ระบุชื่อกับเบอร์โทรใน mail หรือ webboard .. ด้วยความไม่รู้
    คงไม่ทราบว่าไม่มีใครทำกัน .. เพราะข้อความนั้นรบกวน ผู้คน และความถูกต้องทางกฎหมาย
    คงเป็นมือใหม่ และยังไม่เคยได้รับโทรศัพท์ที่ไม่พึงประสงค์
    คงมั่นใจว่าผู้อ่าน หรือผู้รับข่าวสาร .. ไม่เป็นทุกข์ที่ได้รับสารนั้น (ส่ง e-mail วันละหมื่นฉบับ และส่งทุกวัน)

6. เว็บไซต์แนะนำการทำงานที่บ้านเป็นอย่างไร
    ตอบ : สิ่งที่ท่านมักจะพบจากเว็บไซต์เหล่านี้ 1. ดูดีทันสมัย มีแต่ภาพฝรั่ง แต่มี link ให้ click ไม่มาก และต้อง click ไปตามขั้นตอน 2. เมื่อจบขั้นตอนสุดท้าย มักจบด้วยการกรอกข้อมูล เช่น ชื่อ ที่อยู่ e-mail แล้วส่งไปให้ผู้แนะนำ หรือเจ้าของเว็บไซต์ 3. ไม่ข้อมูลเจ้าของเว็บไซต์ ที่อยู่ หรือสถานที่ติดต่อ .. เพราะเขาอยากให้ท่านไปพบเขา ในสถานฝึกอบรม จะได้ทราบรายละเอียดจากวิทยากร 4. ไม่มีรายละเอียดว่าธุรกิจที่ท่านสนใจคือธุรกิจอะไร .. ไม่มีชื่อบริษัท .. ไม่มีอะไรทั้งสิ้น 5. ชวนไปฟังบรรยายยังสถานฝึกอบรม 1 ชั่วโมง ถ้าสนใจฟังทั้งวันต่อ ต้องจ่ายค่าอาหารประมาณ 300 บาท .. ถ้าสนใจสมัคร ก็เสียอีก 1 พันกว่าบาท

7. เมื่อลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์แนะนำการทำงานที่บ้าน จะได้อะไร
    ตอบ : 1. เขาจะส่งเอกสารชวนท่านไปอบรม .. มักจะฟรีสำหรับ 1 ชั่วโมง ถ้าสนใจฟังทั้งวันต่อ ต้องจ่ายค่าอาหารประมาณ 300 บาท .. ถ้าสนใจสมัคร ก็เสียอีก 1 พันกว่าบาท 2. ในเอกสารที่เขาส่งไปให้ที่บ้าน ก็ยังไม่บอกว่าขายอะไร (เท่าที่ผมเคยเจอ)

8. มีโอกาสสำเร็จแค่ไหน
    ตอบ : ขึ้นอยู่กับตัวท่าน ความตั้งใจ ความรู้สึกต่อสินค้า ความมานะ และบริการ 1. บางคนขายเครื่องสำอางไม่รุ่ง แต่มาขายประกันได้เงินเดือนเป็นล้านก็มี 2. บางคนขายเก่งมาก 6 เดือนแรก เป็นดาวรุ่งเลย แต่จากนั้น ก็ยอดขายตก และเลิกขายไป 3. บางคนขายมาเป็น 10 อย่าง ทีละอย่าง ปัจจุบันไม่ขายอะไรแล้ว แบบนี้น่าจะเยอะ 4. บางคนขายพร้อมกันเป็น 10 อย่าง แต่เอาดีไม่ได้สักอย่าง ก็มี 5. บางคนเห็นทางรวย ลงทุนซื้อของมา Stock แบบนี้มีเยอะ แบบนี้ Up Line รวยแน่ 6. บางคนเสียค่าสมัคร และขายไม่ได้เลยก็มี 7. ทุกคนที่เริ่มทำรู้สึกหนทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ

9. เอาเงินมาล่อ ย่อมมีเหยื่อติดกับดัก คืออะไร
    ตอบ : เงินคือพระเจ้า ขนาดเข้าห้องน้ำยังต้องเสียเงิน 2 บาท .. ไม่มีเงินก็เข้าห้องน้ำแถวขนส่งหมอชิดไม่ได้ ผมทำ MLM มาแล้ว 3 บริษัทเป็นแบบ part time เพราะมีคนบอกว่ารวยนะ .. แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเลิกไปซะก่อน ผมเป็นคนหนึ่งที่ต้องการใช้เงิน แต่มีคนอีกมายมายไม่มีเงินใช้ ผู้ไม่มีเงินใช้มากมาย ตะลึง และวิ่งเข้าหา เมื่อเห็นคำเชิญชวน เช่น
    งานเสริม 10000 - 30000 บาท
    ขนาดผมเห็น ยังอยากลาออกจากงานประจำเลย .. แต่ก่อนอื่นต้องตอบคำถามว่า .. จริงหรือ
    หลาย ๆ คนตอบว่าจริง และทำได้ .. ปัญหาคือ คำว่า หนึ่งในร้อย แล้วท่านจะเป็น หนึ่งในร้อยหรือไม่

10. สินค้ามีคุณภาพไหม
    ตอบ : คนขายทุกคนต้องตอบว่าสินค้าของตนดี มีคุณภาพ ถ้าสิ่งไหนดีมีคุณภาพ ทำไมกระทรวงสาธารณสุข ไม่สนับสนุน ขนาดชาเขียว ยังเป็นเรื่องโกหกเลย .. ก็ยังมีคนเชื่อจ่ายเงินซื้อน้ำหวานขวดละ 20 ดื่มทุกวัน ก็มี นี่ขนาด กระทรวงสาธารณสุขออกมาบอกแล้วว่า .. อะไรเป็นอะไร ถ้าราคาขาย 10000 บาท
    - 1000 บาท เป็น กำไรเข้าบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ
    - 1000 บาท เป็น ต้นทุนการผลิต
    - 3000 บาท เป็น ระบบบริหารจัดการ
    - 5000 บาท เป็น ค่านายหน้า จ่ายให้พนักงานขาย

11. ฝรั่งรวย ใครสน
    ตอบ : ข้อมูลที่ทราบจากเว็บไซต์แห่งหนึ่ง
    ผมเชื่อว่า พนักงานขายทุกคนในโลก ไม่ค่อยสนใจหรอกครับว่า สินค้านั้นจะทำให้ประเทศไหนรวย หรือจน
    สิ่งที่พนักงานขายตรงส่วนใหญ่สนใจ ก็คือ ถ้าขายได้แล้วเขามีเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวของเขาเป็นพอ
    สินค้าขายตรงกว่า 80 % เป็นของต่างชาติ ทำให้เงินไหลออกนอกประเทศ มหาศาล
    รัฐบาลก็เข้าใจว่า เงินไหลออกนอกประเทศ จึงสนับสนุนสินค้า OTOP และปลูกจิตสำนึกเยาวชนให้ใช้ของไทย

12. เปรียบเทียบธุรกิจแบบดั้งเดิม และธุรกิจ MLM
    ธุรกิจดั้งเดิม    ต้องอาศัยหน้าร้านในการเสนอขายสินค้า และมีการลงทุนมากไม่ว่าจะค่าเช้า ค่าสินค้า ค่าแรงงาน
    ธุรกิจ MLM ใช้เงินทุนน้อย ได้รับการสนับสนุนในการอบรม ซึ่งจะใช้การตลาดแบบ เผยแพร่พร้อมขาย โดยใช้ปากเป็นสื่อมีระบบการแบ่งรายได้แบบสหกรณ์

    ธุรกิจดั้งเดิม หาเป็นระบบขายตรง ต้องเดินไปเคาะประตูบ้าน ซึ่งต้องได้รับการปฎิเสธแน่นอน เพราะว่าเราเองก็คงไม่ไว้วางใจคนแปลกหน้าเช่นกัน
    ธุรกิจ MLM เป็นธุรกิจที่เริ่มสร้างเคลือข่ายจากคนรู้จัก ญาติ เพื่อน หรือเพื่อนแนะนำ ซึ่งลูกค้าจะให้การต้อนรับ

    ธุรกิจดั้งเดิม เจ้าของธุกิจสามารถดูแลได้ทั่วถึง ให้บริการดีสม่ำเสมอ แต่หากเป็นลูกจ้างจะควบคุมยากกว่า เป็นรูปแบบลูกค้าเสนอตัวเข้ามารับบริการ
    ธุรกิจ MLM เป็นการเสนอกับลูกค้าแบบแสดงคุณภาพ ซึ่ง ผู้เสนอให้ลูกค้าจะสุภาพ เรียบร้อย นอบน้อม เพราะเจ้าของทำเอง

    ธุรกิจดั้งเดิม เริ่มต้นด้วยเงินทุน (ค่าเช่า ค่าแรง เงินทุนหมุนเวียน )
    ธุรกิจ MLM ไม่ต้องกักตุนสินค้า ลงทุนน้อย ผลตอแทนสูง ความเสี่ยงแทบไม่มี และมีโอกาสได้ประชุมอบรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีวิทยากรมาให้ความรู้

    ธุรกิจดั้งเดิม เจ้าของต้องเก็บความลับทางธุรกิจ เพื่อป้องกันการแข่งขันหากลูกจ้างออกไปเปิดธุรกิจเอง
    ธุรกิจ MLM เป็นระบบเก้อหนุนกัน ซึ่งอัพไลน์ต้องช่วยให้ดาวน์ไลน์ประสบความสำเร็จ นำความรู้ทุกด้านประสบการณ์ทุกอย่างถ่ายทอดให้กับดาวน์ไลน์

    ธุรกิจดั้งเดิม มีพื้นที่การตลาดจำกัดเนื่องจากอุปสรรค์ด้านทำเลที่สามารถให้บริการเฉพาะพื้นที่เท่านั้น
    ธุรกิจ MLM พื้นที่การตลาดกว้างใหญ่มาก ไม่จำกัดทางด้านทำเล

    ธุรกิจดั้งเดิม ไม่มีความเป็นอิศระเพราะต้องดูแลธุรกิจตลอดเวลาไม่มีเวลาให้ครอบครัว
    ธุรกิจ MLM มีอิสระในการทำงาน ทำเล่น ๆ ไม่จริงจังได้มีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น

99. สรุปแล้วควรเป็นพนักงานขายตรงแบบ MLM ไหม
    ตอบ : ถ้าอยากรวยต้องศึกษา .. ให้รู้ว่า MLM คืออะไร และศึกษาหลาย ๆ บริษัท การประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับตัวท่าน ขึ้นอยู่กับความเชื่อในสินค้า และตัวท่านเอง รอบตัวท่าน ต้องมีอย่างน้อย 1 คนเป็นพนักงานอยู่ หรือเคยเป็นพนักงานขายตรงแน่ ลองถามข้อมูลจากเขา และเขาอาจยินดีรับท่านเป็น Down Line ก็ได้ เพราะผมก็เป็นพนังงานขายตรงอีกคนหนึ่ง ที่ไม่เป็นโล้เป็นพาย และถ้าถามผมอีกว่า สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เป็นพนักงานขายตรงหรือไม่ ผมคงต้องตอบว่าไม่ เพราะคิดว่าคนรุ่นใหม่ชอบเป็นข้าราชการ หรือ พนักงานบริษัทมากกว่า เหตุที่ผมไม่ประสบความสำเร็จในการเป็นพนักงานขายตรง 1. เชื่อว่าคนไทยจน ไม่มีเงินซื้อของเป็นหมื่น ทั้ง ๆ ที่ต้นทุนแค่หลักพัน 2. เชื่อว่าไม่มีใครซื้อเครื่องสำอางราคาแพงได้ .. เพราะไม่เชื่อในคุณภาพสินค้า เมื่อเทียบกับราคา 3. ไม่ชอบทำให้คนอื่นผิดหวัง ถ้าชวนเขามาเป็น Down Line และไม่ชอบเห็นตนเองผิดหวังซ้ำซาก

No comments: